หน้าหมองคล้ำไม่สดใส เซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนัง ไม่สม่ำเสมอ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ

DEWellness-blog-beauty02-acne-pellicle-black-spot-pic1-main

หน้าหมองคล้ำไม่สดใส เซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนัง ไม่สม่ำเสมอ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ

รังสียูวีกระตุ้นการผลิตเม็ดสีผิว ทำให้เม็ดสีผิวทำงนผิดปกติ  จึงเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ

เม็ดสีผิว (Melanin)

เม็ดสี Melanin ที่สะสมในผิวมากผิดปกติบริเวณผิวหน้าที่โดนแสง UV โดยตรง ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ เม็ดสีผิวนี้มาจากเซลล์สองตัวที่มีชื่อว่า เม็ดสี Melanocyte และ Tyrosinase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญที่ดูแลการผลิตเม็ดสีผิว ทำให้ผิวหน้าเรามีสีผิวไม่สม่ำเสมอ สังเกตที่ผิวหน้าเมื่อไม่ได้ทาผลิตภัณพ์กันแดด หน้าเรารู้สึกหมองคล้ำไม่สดใส

ลักษณะผิวหน้าที่มีเม็ดสีผิวที่มีมาก : ผิวหน้ามีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ  เป็นดวงสีน้ำตาล หรือ ปื้นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม อาจจะมีสีดำปะปนบริเวณใบหน้าที่มีโอกาสสัมผัสกับแดด เป็นเวลานาน เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก เหนือริมฝีปาก

สาเหตุของเม็ดสีผิว Melanin

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย เป็นสาเหตุมาจากแสงแดด ตากแดดมากเกินไป รังสียูวีไปกระตุ้นเม็ดสีผิว เกิดสีผิวที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด มลภาวะ เช่น แสงแดด ความร้อนจะส่งให้เกิดปัญหาผิวหน้า หมองคล้ำ เมื่อผิวเกิดการอักเสบจะทำชั้นเซลล์ผิวหนังที่โดนแสงแดดโดยตรงกระตุ้น การผลิตเม็ดสีผิวที่มากขึ้น ทำให้เกิดหน้าหมองคล้ำไม่สดใส เมื่อไม่ได้ป้องกันด้วยผลิตภัณฑ์ กันแดดทุกวันก็จะทำให้เกิด ฝ้า กระ สาเหตุจากผิวที่ไม่ได้รับการปกป้อง ทำให้เม็ดสีผิว สะสมมากในบริเวณนั้น เกิดผื่นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ บางรายอาจเป็นปื้นสีดำ เป็นบริเวณกว้าง อาจเกิดจาก กรรมพันธุ์ อายุ หรือความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ทั้งร่างกายและจิตใจส่งผลให้สมองสั่งการกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้นได้โดยตรง หรือแม้กระทั่งเกิดจากฮอร์โมนเพศชนิดเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลทำให้เกิดฝ้า ส่วนมากพบว่าฝ้าจะเป็นมากในกลุ่มผู้หญิง ที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือสตรีที่ตั้งครรภ์ และจะหายหลังจากคลอดบุตรหรือ หยุดยาคุมกำเนิด นอกจากการแพ้ยาแล้ว การแพ้เครื่องสำอางเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ เกิดฝ้าได้ โดยบางคนจะแพ้น้ำหอม หรือแพ้ส่วนผสมที่อยู่ในเครื่องสำอาง ยาบางตัวก็มีผลไว ต่อแสงทำให้หน้าบางลงจนหน้าหมองคล้ำไม่สดใส เป็นสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีผิวก่อตัวมากขึ้น จนก่อให้เกิดผลที่ตามมา เช่นหน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ

DEWellness-blog-beauty02-acne-pellicle-black-spot- pic2-face-treatment-repair

วิธีดูแลผิวลดการผลิตเม็ดสีผิว

  1. ควรปกป้องผิวจากแสงแดด เช่นการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด และต้องเลือกให้เหมาะกับปัญหาผิว
  2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มไวเทนนิ่ง อาร์บูติน Arbutin เป็นส่วนประกอบหลักช่วยให้ผิวหมองคล้ำไม่สดใสให้กลับมามีผิวขาวกระจ่างใสได้อีกครั้ง
  3. อยากมีผิวขาวกระจ่างใส เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Vitamin C และ Glucosyl hesperidin  เป็นส่วนประกอบรวมอยู่ด้วย ก็จะช่วยให้ผิวหน้าฟื้นฟูจากผิวหน้าที่หมองคล้ำทำให้ จุดด่างดำลดลง ทั้งสองส่วนนี้จะกดการสร้างเมลานินผ่านเอนไซม์ Tyrosinase
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบที่มาจากธรรมชาติที่สกัดจากพืช เช่น Oldenlandia กับ Broussonetia extract สกัดมาจากชะเอม ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส
  5. หากปกป้องและยับยั้งไม่ให้เม็ดสีผิว และเห็นผลได้ไวที่สุด คือเลือกที่มีส่วนประกอบ  undecylenoyl phenylanine ไปยับยั้งเอนไซม์ alpha-MSH ที่เป็นเอนไซม์หลัก กระตุ้นเซลล์ให้สร้างเมลานิน

DEWellness-blog-beauty02-acne-pellicle-black-spot-pic3-cosmetic

เมื่อปัญหาผิวเกิดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เกิดจากการที่ปกป้องไม่ถูกวิธี สีผิวของคนเรา จะมีผิวหน้ากระจางใสนั้นอาจไม่ได้เกิดจากปัจจัยเม็ดสีผิวเพียงอย่างเดียว มีสาเหตุอย่างอื่น ด้วยเช่น บางคนผิวไม่สว่างกระจ่างใส มีรอยแดงของเส้นเลือด ผิวหน้าไม่เรียบเนียน มีความแห้งกร้าน ผื่นผิวหนัง เป็น ฝ้า กระ จุดด่างดำ หากเป็นปัญหาเหล่านี้อยู่ ก็ไม่ทำให้ผิวขาวได้ หากยังแก้ไข้ผิวหน้าที่เกิดปัญหาแบบผิดจุด นอกจากการทาครีมกันแดด ที่มีค่าSPF ที่เหมาะแล้ว ไม่ใช่มีแค่ทาหน้าอย่างเดียว แต่ยังมีวิธี ที่ทำให้ผิวหน้าไม่หมองคล้ำ คือการใช้สเปรย์น้ำค้าง DEWellness Elixir ก่อนออกแดด หรืออยู่ระหว่างที่ทำกิจกรรม กลางแดด จะช่วยให้ผิวหน้าไม่ขาดน้ำ รักษาความชุ่มชื่นของผิวหน้า หลังจากออกแดด เป็นเวลานานก็ยังสามารถช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า และไม่ทำให้ผิวคล้ำเสีย

DEWellness-blog-beauty03-flabby-skin-bulldog-pic4-beauty booster